
ชีวิตที่เป็นสุข คือ ชีวิตที่สงบ ปราศจากทุกข์ อิสระ และเป็นประโยชน์สูงสุด สงบ คือจิตใจที่ไม่กวัดแกว่งหวั่นไหวไปตามสิ่งกระทบ ปราศจากทุกข์ คือ ความสมบูรณ์ดั้งเดิมของธรรมชาติ[…]

ผู้ที่เข้าใจธรรมแห่งความเป็นหนึ่งเดียว จะเห็นคุณค่าของทุก ๆ สิ่ง ผู้ที่จมอยู่กับตัวตนของตนจะหลงแปลกแยกจากสิ่งต่างๆ จะไม่มองเห็นคุณค่าของสิ่งใด ผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งใด จะหลงหมายมั่นในคุณค่าความหมายของบางสิ่ง หลงหมายมั่นในคุณค่าความหมายของบางสิ่ง เพราะหลงยึดอยู่แต่ในความคิดปรุงแต่งของตน เป้าหมายของการปฏิบัติธรรมก็เพื่อให้เข้าใจความจริงเหล่านี้ทำชีวิตให้สอดคล้องกับความจริงแล้วชีวิตจะมีความสุข

การใช้สภาวะเพื่อการปฏิบัติ ในการปฏิบัติ เธอจงตระหนักไว้เสมอว่าไม่ว่าสภาวะใด ๆ ก็ล้วนคือรูปนาม ซึ่งเป็นเพียงมายาของจิตเท่านั้น มันหาตัวตนที่แท้จริงใด ๆ มิได้ ดังนั้นไม่ว่าสภาวะใด ๆ[…]

การทำให้ชีวิตมีความสุขออกมาจากข้างใน มันไม่ต้องพึ่งพิงสิ่งภายนอก กิเลสมันชอบพึ่งพิง ชอบปรารถนาในอนาคต อยากในสิ่งที่ไม่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ความพึงพอใจในปัจจุบัน พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี พึงพอใจกับทุกสิ่งทุกสถานการณ์ที่ตนประสบในปัจจุบันนั่นคือ ความสุขที่ออกจากภายในของเราเอง ซึ่งปัจจัยสำคัญ ก็คือ[…]

ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้ต้องมาจากการไม่ยึดมั่นถือมั่นในตน มันจึงไม่ใช่การอ่อนน้อมเพื่อให้ได้อะไรสักอย่างและแน่นอน มันย่อมไม่ใช่การเสแสร้ง หรือแสร้งทำ แต่ความอ่อนน้อมที่แท้ ย่อมเกิดจากการเห็นแจ้งว่า ความเป็นเรามิได้มี มันออกจากจิตที่ไม่ยึดมั่นในความเป็นเรามันเป็นการแสดงออกเองตามธรรมชาติของจิตที่สิ้นความหลงในความเป็นเรา

ขอยกมาทบทวนอีกทีว่า อะไรคือเครื่องบ่งชี้ถึงผลของการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ความโกรธน้อยลง เห็นความไม่พอใจและละมันได้เร็วขึ้น เปิดใจ ยอมรับและเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้น ไม่ตัดสินถูกผิด ดีชั่วผู้อื่น สนใจที่จะมองความผิดพลาดของตน แต่สนใจที่จะมองข้อดีของผู้อื่น เปิดใจรับฟังมากขึ้น[…]

เหตุแห่งทุกข์หนักที่สำคัญคือ ความหลงทะนงตน ความถือดี และความเย่อหยิ่งยะโส นักปฏิบัติไม่ควรมีสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ตนทุกข์แล้ว ยังเป็นเหตุแห่งกรรมหนักมากมาย นักปฏิบัติควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ดำรงตนอยู่ด้วยความต่ำต้อย ยอมเป็นผู้แพ้ และหัดทำตนให้เป็นนักเรียนอยู่เสมอ

เธอทั้งหลาย จงสำเหนียกให้ดีเถิดว่า หากเธอไม่ดำรงตนอยู่โดยธรรมแล้ว ชีวิตย่อมเป็นไปเพื่อทุกข์โดยถ่ายเดียว แล้วการดำรงอยู่โดยธรรมเป็นอย่างไรเล่า การดำรงอยู่โดยธรรม คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความมักน้อย สันโดษ เรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งน้อยนิดที่ตนมี[…]

เป้าหมายสูงสุดที่พระพุทธองค์มาจุติก็เพื่อให้มนุษย์พัฒนาตนเองไปจนกลายเป็นชีวิตที่ทรงคุณค่าที่สุดที่สามารถเกื้อกูลช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์ได้เมื่อเราเข้าถึงทางสายกลางอย่างแท้จริงเราจะสามารถใช้สมมุติให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นโดยไม่ยึดติดในสมมุตินั้น การที่เราใช้สมมุติไม่เป็น แสดงว่า เราไม่แจ้งความจริงของสมมุตินั้น การที่เราใช้สมมุติได้ดีแต่ยึดติดในสมมุตินั้น แสดงว่าเราไม่เห็นแจ้งความจริงของวิมุตติ

การจะปฏิบัติไม่ว่าแบบใดจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้สืบเนื่องซึ่งคือความตั้งมั่น คือสัมมาสมาธิยิ่งการปฏิบัติด้วยสุญญตาด้วยแล้ว ยิ่งต้องอาศัยอินทรีย์ที่แก่กล้ามากอันเป็นวิสัยของโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญมาดีแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเราเข้าใจสุญญตาได้ แต่อินทรีย์เรายังไม่พร้อม ตั้งมั่นไม่ได้เราต้องกลับไปดิ้นรนพยายามที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อการได้ดีมีเป็นของตนเสียก่อนจึงจะตั้งมั่นสืบเนื่องได้ เมื่อสามารถเข้าใจวิถีทางทางนี้ได้ อันคือการปฏิบัติด้วยโพธิจิตมันก็เป็นเหตุปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินต่อไปได้ง่ายและถูกตรง