
ศรัทธาเป็นพลังเริ่มต้นที่สำคัญในการเดินไปในทางหากเธอไม่มีศรัทธา เธอย่อมไปไม่ถึงเป้าหมายอันใด ศรัทธาในพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล ตัวตน แต่เป็นศรัทธาในพระธรรม การศรัทธาในพระธรรมจะเกิดได้ ก็ต้องมีปัญญาเป็นเครื่องประกอบ ศรัทธาในธรรมไม่ใช่ความเชื่อแบบงมงายแต่เป็นความเชื่อด้วยเหตุผลหรือประสบการณ์ตรง

พวกเธอทั้งหลายจงพึงระวังไว้ให้ดีเรื่องของสุญญตาหรือความว่างนั้น มันมีความผิดเพี้ยนได้มากมายซึ่งมันจะหลอกให้นักปฏิบัติผู้นั้นติดจมอยู่ อย่างไม่ยอมพัฒนาตนต่อไปแล้วก็ต้องไปสู่นรกในที่สุด ความว่างแห่งสุญญตา ไม่ใช่ว่างแบบไม่มีอะไร หรือมีอะไรแบบว่างไม่ใช่ว่างแบบอากาศ ไม่ใช่ว่างแบบดับสูญ ไม่ใช่ว่างจากความคิด และก็ไม่ใช่ความคิดหรือความรู้สึกว่าว่าง ความว่างของสุญญตา คือปฏิจจสมุปบาทปฏิจจสมุปบาทนั่นล่ะคือสุญญตา

การสะสมความดี ถ้าหลงยึดเป็นตัวตน เป็นเราผู้ทำ เป็นเราผู้ดี ยึดสิ่งที่ทำว่าดีนั่นก็เป็นภาระ เป็นแดนเกิดเป็นที่สะสมเหตุแห่งทุกข์ หากจะทำความดีต้องไม่ยึดติด ต้องไม่สะสมต้องไม่สร้างอัตตาตัวตนแต่ทำดีเพื่อผู้อื่น เพื่อให้โลกสงบสุข

ทำความเข้าใจธรรมให้ถูกต้อง ศรัทธา ขยันพากเพียร และอดทนพิสูจน์ธรรมนั้น ทำให้เกิดผลเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ ดำเนินต่อเช่นนั้นในสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเครื่องฉุดรั้งที่สำคัญมี่อยู่สอง คือ

ตั้งใจปฏิบัติให้จริง ศึกษาและจดจำสิ่งที่สอนไปให้ดี ชีวิตนี้สั้นนัก ใครจะรู้ว่าตัวจะตายเมื่อไหร่ เรามีวาสนาได้มาพบพุทธศาสนาแล้ว อย่าให้ต้องกลับไปมือเปล่า ความสุขความทุกข์ในชาตินี้ล้วนเป็นสิ่งน้อยนิด แต่ความทุกข์ในอนาคตชาตินั้นมากมายและรุนแรงยิ่งนักเราเตรียมเสบียงพร้อมรึยัง ที่จะเผชิญมัน

ยามเมื่อมีคนกลั่นแกล้ง ดูถูกเหยียดหยาม เบียดเบียน หรือให้ร้าย จงมองเค้าเป็นดั่ง กัลยาณมิตร ผู้กำลังชี้ให้เราเห็นความยึดมั่นถือมั่นที่ยังมีอยู่ในตัวเรา อย่าหลงมองว่าเขาคือศัตรู คือผู้เบียดเบียน คือผู้ทำร้ายเรา เพราะหากเรามองเช่นนั้น[…]

ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ความเจ็บปวด มันเป็นเรื่องของกาย มันไม่ผิดไม่ถูก มันเป็นผลจากเหตุปัจจัย มันเป็นธรรมชาติของกาย อย่างนั้นเอง แต่จิตที่หลง เข้าไปยึดติด ปรุงความไม่ชอบไม่พอใจ ปรุงอกุศลขึ้น[…]

ปัญญาในพุทธศาสนาเปรียบเหมือนมีดมีดที่ดีต้องตัดวัตถุขาดออกจากกันได้ปัญญาที่แท้ก็ต้องตัดความหลงให้ขาดสะบั้นได้ แม้รู้มากมาย แต่ไม่สามารถตัดกิเลสให้ขาดจากใจได้ นั่นไม่ใช่ปัญญา ไม่ใช่ความรู้แจ้ง

ภพภูมิของนักปฏิบัติ ในการปฏิบัติไม่ว่าขั้นตอนใด หากยังประกอบด้วยทิฐิทั้งสาม ก็ยังเป็นกรรม แม้จะเป็นกุศลกรรม แต่ก็เป็นแดนเกิดให้นักปฏิบัติผู้นั้น วนเวียนไปสู่ทุกข์ได้ในที่สุด หากติดคาอยู่ในระดับทาน ก็จะเป็นมนุษย์ผู้มีจิตใจดีงามหากติดคาอยู่ในศีล ก็จะเป็นเทวดาหากติดคาอยู่ในภาวนาก็จะไปเป็นพรหม ดังนั้น

ระดับของกุศลที่เกิดขึ้นจากบุญกิริยาวัตถุทั้ง 3 นั้นจะแตกต่างกัน คือ จะมีผลให้จิตใจสูงขึ้น เบาขึ้น เข้าใกล้นิพพานได้มากขึ้น ต่างกันแต่แม้เป็นกุศล กิเลสก็สามารถที่จะหลอกเราให้ยึดติด และจมอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าได้เสมออันจะมีผลให้เรา ไม่พัฒนา[…]