การที่เราจะพ้นทุกข์ได้ จะต้องละวางความยึดมั่นถือมั่นโดยความเป็นตัวตน
การที่เราจะละวางความยึดมั่นเช่นนั้นได้ เราจำเป็นจะต้องเรียนรู้สังเกตตัวตนของเรา
ตัวตนของเรามันก็แสดงออกเป็นความคิดปรุงแต่งทั้งหลาย
ความคิดปรุงแต่งก็มีทั้งกุศล และอกุศล
กุศลย่อมนำไปสู่ความสุขและความพ้นทุกข์ในที่สุด
ส่วนอกุศล ย่อมนำไปสู่ความเสื่อมและอาจเบียดเบียนผู้อื่น
เพราะฉะนั้น เราจึงจำเป็นต้องฝึกตัวเองให้รู้เท่าทัน ความรู้สึกนึกคิดของเรา อยู่เสมอ
แยกแยะให้ออก ว่าอะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล
หากมันเป็นอกุศลก็ละมันซะ
หากเป็นกุศลก็ต้องดูว่ามันจะเกิดประโยชน์หรือไม่ มันสมควรกับกาละเทศะบุคคลหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ละมันไว้ก่อน แต่ถ้าสมควรก็ค่อยทำ
แต่ทั้งหมดก็ต้องปล่อยวางมัน
อย่าผลีผลามทำอะไรลงไป เพียงเพราะเห็นว่ามันถูกมันดี แต่ให้พิจารณาให้ดีเสียก่อนจึงทำ
นี่คือการปฏิบัติธรรมที่แท้จริงในพระพุทธศาสนา
การปฏิบัติมันต้องเรียนรู้ดูตนเองเสมอ และพยายามสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยความเมตตากรุณา
การอ่านธรรมะมากมาย แต่ไม่นำมาปฏิบัติ ก็เหมือนคนป่วยที่หายามาไว้เต็มบ้าน แต่ไม่ยอมกิน
มีไว้แค่เอาไว้คุยโวโอ้อวดเท่านั้น มันไม่เกิดประโยชน์อันใด
การจดจำธรรมได้เพียงข้อสองข้อ แต่เอามาพากเพียรปฏิบัติจนเกิดผลละกิเลสในตนได้ นั่นสิของจริง

Comments are closed